ประวัติมายากลไทย





ความเป็นมาของวิทยากลไทย
ฉบับปรับปรุงแก้ไข เมื่อ พ.ค. 2549
โดย...ชาลี ประจงกิจกุล
วิทยากลในโลกเรานี้ก่อกำเนิดมานานนับพันปี มีผู้พบภาพบนผนังถ้ำ เป็นการแสดงกลด้วยถ้วย 3 ใบและยังพบบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับวิทยากลเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สันนิษฐานโดยสรุปว่าวิทยากลน่าจะกำเนิดมาจากชาวกรีกโบราณ ค่อยๆ เผยแผ่ไป ในยุโรป และเอเซีย
    ตอนสมัยเด็กผู้เขียนเคยนึกสงสัยและตั้งคำถามตัวเองตลอดว่า วิทยากลเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่เมื่อใด ได้สอบถามผู้สูงอายุหลายท่านแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่แจ่มชัดนัก นอกจากคำบอกเล่าที่ว่า เคยดูกลตั้งแต่เด็กพอจำความได้ เป็นการแสดงกลของชาวอินเดียเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นการแสดงชุดปลูกมะม่วง และแทงคนในตะกร้า ด้วยคำถามที่ยังคั่งคาใจ จึงได้พยายามเสาะหาหนังสือประวัติศาสตร์ไทย พงศาวดาร จดหมายเหตุ และบันทึกต่าง ๆ แต่ด้วยความที่มีความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์กระท่อนกระแท่นเต็มที ทำให้ไม่รู้ทิศทางที่จะเริ่มต้นว่าต้องอ่านเล่มไหน อ่านอะไร อ่านอย่างไร
จึงเริ่มต้นไล่ย้อนลำดับจากปัจจุบันไปอดีต ตั้งแต่รัตนโกสินทร์ ไปกรุงธนบุรี กรุงศรีอยุธยา กรุงสุโขทัยบันทึกต่าง ๆ ที่อ่านพบมักจะเป็นเรื่องอภินิหาร คาถาอาคม เช่น แทงลิ้น ล่องหนหายตัว ตาทิพย์ หูทิพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สรุปไม่ได้ว่าเป็นวิทยากลหรือไสยศาสตร์ เพราะในสมัยโบราณการปกครองต่างๆ ยังเป็นระบบศักดินา เจ้าขุนมูลนาย ระบบทาสและไพร่ ซึ่งการจะให้บริวารอยู่ในอาณัติ ง่ายต่อการปกครองต้องทำให้คนเหล่านั้นเชื่อถือและเกรงกลัวในเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์เป็นเบื้องแรก แม้ในประวัติศาสตร์ที่เรียนสมัยเด็ก ๆ ยังกล่าวถึงเรื่องราวสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชช่วงที่ทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นฑูตเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสว่า เมื่อเดินทางไปถึงได้ใช้มือเปล่ารูดใบมะขามมาเสกเป่าให้กลายเป็นตัวต่อตัวแตน บินไล่ต่อยชาวฝรั่งเศสจนกระจัดกระเจิง ซึ่งออกจะฟังดูเหนือจริง แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองจึงต้องบันทึกไว้เช่นนั้น

ในหนังสือนิทานเรื่องศรีธนญชัย ฉบับของ พ. ณ บางพลี เขียนไว้ว่ามีแหม่มสาวเดินทางเข้ามาเมืองไทยเปิดการแสดงกล แต่ถูกศรีธนญชัยท้าให้แสดงกลแข่งกัน ว่าใครสามารถปัสสาวะใส่ขวดได้โดยไม่เลอะเทอะ คนนั้นเป็นผู้ชนะ ท้ายสุดแหม่มก็ต้องแพ้กลับไป
ส่วนตัวของผู้เขียนเองมีความเชื่อว่าวิทยากลน่าจะเข้ามาในเมืองไทยพร้อม ๆ กับการที่เริ่มทำการค้าขายกับต่างประเทศ ซึ่งเข้ามาเผยแพร่วัฒนธรรมต่าง ๆ รวมทั้งวิทยากลด้วย ฝรั่งชื่อ นิโกลาส์ แชรแวส เคยบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม เมื่อ พ.ศ. 2231 ว่า นักแสดงบางคนสามารถแสดงปาฏิหาริย์ให้เกิดดอกไม้ต่างๆ ในกระถางขึ้นได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าใครแสดง เป็นชาวอะไร ผู้เขียนเองสันนิฐานว่า คงเป็นชาวอินเดีย แสดงชุดปลูกต้นมะม่วง จากหลักฐานตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าเมืองไทยมีการเล่นกลมาไม่น้อยกว่า 300 ปี และที่น่ายินดีคือเราเคยมีสมาคมกล , การประกวดวิทยากล และยังเคยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นนักวิทยากล
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชการที่ 5) เรื่องนิทราชาคริต ซึ่งทรงนิพนธ์ในช่วงปี พ.ศ.2420 ระบุว่าในเมืองไทยเคยมีสมาคมกลมาก่อน ใช้ชื่อว่า ROYAL MAGICAL SOCIETY แต่เดิมเรียกอ่านกันว่า รอแยล มายิเกมต์ โซไซเอตี หรือ สมาคมนักกลหลวง (ระบุชื่อภาษาไทยตามระเบียบตำนานละคร พระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ฉบับ พ.ศ.2465) สมาคมนี้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2419 ประธานสมาคมคือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช (ต้น สกุลภาณุพันธุ์) ซี่งทรงเป็นพระอนุชาแท้ ๆ ของ ร.5 มีนักวิทยากล หลายท่าน คือ พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ์ (ต้นตระกูลชมพูนุท) พระเจ้าประดิษฐ์วรการ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หม่อมเจ้าประวิช แม้กระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอง ในหนังสือก็ได้บันทึกไว้ว่า ทรงซ้อมเล่นกลแต่จะแสดงด้วยหรือไม่นั้น ไม่มีการบันทึกไว้
“เวลาย่ำค่ำเสด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทดสวดมนต์แล้วตรัสกับสมเด็จกรมพระฯ ทูลเรื่องภาษีอากรต่างๆ แล้วทูลว่า เจ้าพระยาสุรวงศ์มาพูดด้วยการหาดไทยกับท่านเวลาวันนี้ว่า จะช่วยฉลองพระเดชพระคุณทุกอย่าง ให้ทรงจัดการออฟฟิศเสียให้เรียบร้อยด้วยกรมหาดไทยค้นหนังสือหนังหานั้นยากนัก ถ้าจะจัดการแล้วให้เอาพระนรินทรมาไล่เลียงดูก็ได้ เขาเคยแล้ว ท่านทรงตอบเวลานี้เพิ่งแรกรับการจะขอรอไว้ก่อน ท่านจึงว่าภายหลังต่อไป (สมเด็จดูค่อยสบายพระทัยมาก) สวดมนต์จบแล้วเสด็จขึ้น ทรงซ้อมเล่นกลจนเวลา ๘ ทุ่ม เลิกเสด็จขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท”
หากจะไล่เรียงเอกสารบันทึกต่าง ๆ เกี่ยวกับสมาคมนักกลหลวง ก็คงต้องไล่ตั้งแต่หนังสือ ลิลิตนิทราชาคริช ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2465 ในบทท้าย มีคำอธิบายไว้เกี่ยวกับงานรื่นเริงประจำปี ว่า".....บางปีโปรดฯ ให้นัดแต่งพระองค์กันแปลก ๆ ซึ่งหมายถึงแต่งแฟนซี บางปีโปรดฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการสมาคม รอแยล มายิเกล โซไซเอตี เล่นกลและเล่นละครพูดเป็นการรื่นเริงประจำปี......"
   บันทึกใน หนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาคที่ 1 พระราชนิพนธ์ในรัชการที่ 5 บันทึกถึงงานรื่นเริงปีใหม่ (พ.ศ.2419) ว่า"....หนนี้ (ร.5) แต่งแฟนซีเป็น ปชา (PACAH เจ้าเมืองตุรกี) เจ้านายองค์อื่น ๆ แต่เป็นขุนนางอังกฤษบ้าง รอบินฮูดบ้าง ชายครึ่งหญิงบ้าง ฯลฯ ครั้นเสวยแล้วจับฉลากของต่าง ๆ แล้วเล่นกลแลเซียเตอ (THEATRE) คือเล่นกลและละครปีนี้เล่นเรื่องอาลีบาบา ผู้เล่นกลมี กรมขุนเจริญผลฯ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ เป็นต้น พระองค์ทรงทอดพระเนตรการเล่นกลจบแล้ว ทรงตรัสว่าแลกลนี้เล่นสนุกนัก...."
ในหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาค 6 มีบันทึกเขียนว่า
"....วันแรม 13 ค่ำ เดือน 4 จ.ศ.1239 สวดมนต์จบแล้ว ร.5 ทรงซ้อมเล่นกล จนถึง 8 ทุ่ม จึงเสด็จขึ้น...."
หนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ เล่ม 2 หน้า 130 ของหมอบรัดเลย์ ซึ่งพิมพ์ในสมัยรัชการที่ 4 บันทึกว่า
"ปี พ.ศ.2409 กรมพระราชวังบวรไชยชาญ ทรงกำลังหัดเล่นกลด้วยน้ำยาเคมีต่าง ๆ เป็นการประหลาด " และท่านยังทรงลงทุนจ้างล่ามมาแปลหนังสือตำราภาษาอังกฤษออกเป็นภาษาไทย แสดงว่าวิทยากลเป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แต่มารวมตัวก่อตั้งเป็นรูปร่างในนามสมาคมนักกลหลวง ในรัชกาลที่ 5
นอกจากนั้นแล้วยังเคยมีการแจกรางวัลให้กับผู้ที่แสดงกลดี ตามที่มีบันทึกไว้ว่า

เสด็จมาที่กลางชลาด้านตะวันตกแห่งพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร ประทับร้อนด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายในเปนอันมาก ที่ชลาหน้าโรงกลทอดพระเนตรเล่นกลของรอยยัลมายิเกมต์ โซไซเอตี แลกลนี้เล่นสนุกนัก แลเล่นอยู่จนเวลา 10 ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเลือกใบโวต สำหรับแจกของรางวัลใครจะเล่นดีแลของดีแลคิดดี อยู่ที่ชลาโรงกลนั้น
ณ วันอาทิตย์ เดือน 5 ขึ้น 2 ค่ำ ปีชวดยังเปนสัปตศก จุลศักราช 1237 เวลาย่ำรุ่งแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรจากชลาข้างพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬารด้านตวันตก ทรงทอดพระเนตรพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ซึ่งทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดไว้ประมาณ 10 นาที ครั้นแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลพวกที่เล่นกล คือ
ดีโปลมาชั่นที่ 1 เปนแพรสีเหลือง ข้างริมมีดิ้นสีทองสลับกัน มีตัวอักษรพิมพ์ในนั้น กับหีบกาไหล่ทอง 1 กล้องสำหรับดูลคร 1 ได้แก่ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ (ต้องถือว่าเป็นนักวิทยากลชาวไทยท่านแรก ที่ได้รางวัลที่ 1 – ผู้เขียน)
ดีโปลมาชั่นที่ 2 เปนแพรสีแดงกับหีบวงเวียนหีบ 1 แก่พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ซึ่งเปนช่างทำเครื่องกล
ดีโปลมาชั่นที่ 3 เป็นแพรสีขาวกับลูกปืนสำหรับไว้บุหรี่ แก่ พระอมรวิไสยสรเดช
เพราะท่านทั้ง 3 นี้ได้มีความชอบในการมายิกเก็มต์ โซไซเอดตี (หลักฐานแต่ละฉบับ สะกดต่างกัน – ผู้เขียน) เปนอันดับกันดังเช่นว่ามาแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานแจกสำเนาความในดีโปลมาลงอักษรพิมพ์ในแผ่นกระดาษเหลืองแก่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
ในปี พ.ศ. 2421 มีนักวิทยากลอีกท่านหนึ่งที่น่าสนในคือ หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักวิทยากลและจิตรกรวาดรูป ท่านเคยคิดจะตั้งโรงเล่นกลขึ้น แต่ต่อมาไม่ทราบด้วยเหตุใดเรื่องนี้จึงไม่มีการบันทึกเพิ่มเติม ช่วงนั้นมีการฉายภาพหมู่ของนักกลหลวงหน้าโรงละครแห่งนี้โดยช่างภาพชาวต่างประเทศ ชื่อ เฮนรี ชูเรน ซึ่งเข้ามารับจ้างถ่ายรูปและเปิดเป็นสตูดิโอ ชื่อ H.S.PHOTOGRAPHIC STUDIO BANGKOKSIAM ภาพนี้ปัจจุบันเก็บไว้ในไมโครฟิล์ม ที่หอสมุดแห่งชาติ รหัส ภอ.001 หวญ.8
เป็นเรื่องแปลกที่เรื่องราวของ สมาคมนักกลหลวง ได้หายไปไม่มีการบันทึกไว้รัชสมัยของ รัชกาลที่ 6 ทั้งๆ ที่พระองค์ (รัชกาลที่ 6) ท่านก็ทรงเป็นผู้ที่ชื่นชมเรืองราวการแสดงอยู่ไม่น้อย เรื่องเกี่ยวกับวิทยากลของไทยที่รวบรวมมานี้ ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าครบถ้วนเพราะยังคงมีเรื่องราวอีกมากที่ยังหาไม่พบ ในโอกาสต่อไปผู้เขียนจะสืบค้นเรื่องราวของวิทยากลไทย ในยุคช่วงสงครามโลก ที่เข้ามาเผยแผ่ในรูปแบบของ กลกลางแปลง กลขายยา และ ปาหี่
เอกสารอ้างอิง
- เอกสารชมรมสยามเมจิกคลับ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2543 โดย ชาลี ประจงกิจกุล
- ลิลิตนิทราชาคริช ปี พ.ศ. 2465 หน้า 231
- หนังสือบางกอกรีคอร์เดอร์ เล่ม 2 ปี พ.ศ. 2409 หน้า 130
- จดหมายเหตุพระราชกรณียกิจรายวัน ปี พ.ศ. 2476 และ พ.ศ. 2477 ภาค 1,6,7
- หนังสือข่าวราชการปี พ.ศ. 2418 และ พ.ศ. 2419
- ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2231
- จดหมายเหตุเสด็จประพาสยุโรป รศ. 116 โดย พระยาศรีสหเทพ
- หนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน กรกฎาคม 2539
- หนังสือราชสำนักสโมสร โดย อเนก นาวิกมูล
- หนังสือเจ้าชีวิต ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 โดยพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
วาไรตี้ : อมตะมายากลในรอบ 100 ปี ปรากฏการณ์บนผืนแผ่นดินไทย
การแสดงเก่าแก่มีสีสันชวนติดตาม สร้างความสนุก สนานเพลิดเพลินเข้าถึงกลุ่มผู้ชมทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญสามารถสร้างความประหลาดใจ ตามติดด้วยความทึ่ง ตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อการแสดงจบลง...
ใช่แล้วนี่คือ มายากล ศาสตร์การแสดงที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ มีประวัติความเป็นมายาวนานและด้วยความอมตะของมายากลที่สามารถเปลี่ยนจินตนาการความฝันทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เสมือนหนึ่งว่าเป็นไปได้ด้วยเทคนิค ไหวพริบความสามารถของนักแสดงมายากลจึงมีเสน่ห์ชวนติดตามตลอดมาทุกยุคสมัย โดยเฉพาะการแสดงมายากลไทยในรอบ 100 กว่าปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นมากมาย และเมื่อไม่นานที่ผ่านมาภาพความพิศวงของมายากลได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ซึ่งครั้งนั้นได้รวมนำความมหัศจรรย์ของกลต่าง ๆ ที่เคยลือลั่นในอดีต ปัจจุบันมาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจมายากลได้ทำความรู้จัก
จากประวัติความเป็นมาของมายากลที่มีมายาวนาน หากย้อนกลับไปยังเส้นทางมายากลไทยในสมัยต่าง ๆ ชาลี ประจงกิจกุล นักแสดงมายากล เลขาชมรมวิทยากลสยามเมจิกกล่าวว่า มายากลไทยหรือวิทยากลไทยเริ่มเข้ามาในเมืองไทยเมื่อไหร่นั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่จากที่ศึกษาประวัติศาสตร์เชื่อว่าน่าจะมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยามาพร้อมกับการทำการค้ากับชาวต่างชาติ อาทิ โปรตุเกส ฮอลันดา จีน อินเดีย ฯลฯ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งการแสดงครั้งนั้นเป็นกลเสกดอกไม้ หยิบของออกจากกระถาง ฯลฯ
ต่อจากนั้นมาไม่มีการบันทึกถึงเรื่องราวการแสดงกลอีก กระทั่งมาพบในเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งบันทึกว่า มายากลไทยเริ่มมีมาแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 4 แต่รวมตัวก่อตั้งเป็นสมาคมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยใช้ชื่อว่า สมาคมนักกลหลวง มีการจัดประกวดวิทยากล ประดิษฐ์อุปกรณ์เล่นกลรวมถึงระบุว่าใครเป็นคนประกวดได้รางวัลอะไร ใครได้ที่หนึ่ง สอง สาม ฯลฯ เช่นเดียวกับการแสดงกลสมัยนั้นเป็นกลอุปกรณ์ กลทางวิทยาศาสตร์ใช้น้ำยาเคมีเปลี่ยนน้ำเปล่าให้เป็นน้ำแดง เบียร์ เสกควันออกจากแก้ว ฯลฯ มากกว่าที่จะใช้ความคล่องแคล่วของมือนำเสนอกล
จากนั้นมาเรื่องราวของมายากลไทยได้ห่างหายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง กระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามโลกสงบลงมีการแสดงกลเข้ามา 3 สายได้แก่ สายอินเดีย จีน และ ยุโรป
“ในสายอินเดียการแสดงกลมีรูปแบบเป็นกลกลางแปลง เป็นกลที่แสดงในที่โล่ง ไม่มีเวที มีกลยอดนิยมอย่าง กลอับดุล ซึ่งจะให้ผู้ช่วยซึ่งนอนคลุมหน้าตอบคำถามเวลาที่ชี้ไปในกลุ่มผู้ชมอย่างให้ตอบว่าเป็นชายหรือหญิง ผมสั้นยาวอย่างไร รวมถึงทายเลขและสิ่งของที่ผู้ชมกำไว้ เช่นเดียวกับ กลเสกมะม่วง ซึ่งนำเอาเมล็ดมะม่วงไปปักดิน เอาผ้าคลุมไว้เมื่อเปิดออกแต่ละครั้งต้นมะม่วงก็จะโตขึ้น โตขึ้น กระทั่งเปิดออกครั้งสุดท้ายสามารถตัดผลเอามาให้คนที่มุงดูกินได้สร้างความฮือฮามาก ๆ นอกจากนี้ยังมีกลเรียกงู แทงคนในตะกร้าแสดงร่วมด้วยและทุกครั้งที่แสดงจบจะมีการขายสินค้า ขายยาโดยเฉพาะยาปลูกผม ปลูกหนวด ปลูกคิ้ว เป็นต้น
ขณะที่กลของจีนเรียกว่า กลปาหี่ ก่อนแสดงทุกครั้งจะตีกลอง ฉิ่ง ฉาบ รำมวย รำดาบเรียกผู้ชม มีกลที่มีสีสันอย่างยกเก้าอี้ด้วยดวงตา ค้อนปอนด์ทุบก้อนหินซึ่งวางบนหน้าท้องรวมถึงกลเสกหินให้เป็นกบ ฯลฯ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมและเมื่อแสดงเสร็จจะขายยา ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค ยาแก้ปวดฟัน ส่วนกลยุโรปที่เข้ามาเป็นกลที่ไม่เปิดการแสดงเหมือนกลกลางแปลง แต่จะเข้ามาในรูปละครสัตว์มีวิทยากลเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเท่านั้นและมักเปิดการ แสดงที่ย่าน วังบูรพา วังสราญรมย์ ฯลฯ สื่อออกไปในแนวอิทธิฤทธิ์ เวทมนตร์ แต่ปัจจุบันแนวคิดเหล่านี้เปลี่ยนไปทั้งในต่างประเทศและไทย”
จากนั้นมามายากลในปัจจุบันก็เริ่มคลี่คลายมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังสงครามโลกเริ่มมีนักแสดงจากต่างประเทศเข้ามาแสดงในเมืองไทยมีทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่นรวมทั้งฟิลิปปินส์ทำให้คนไทยได้เห็นรูปแบบการแสดงวิทยากลในรูปแบบ การแสดงบนเวที (stage magic) ซึ่งนักแสดงจะสวมใส่ชุดทักซิโด้ หยิบกระต่ายออกจากหมวก เสกนก เสกกระต่าย เสกคนลอย เสกช้างหายเครื่องบินมา ฯลฯ สร้างความพิศวงตื่นใจ
นอกจากกลเวทียังมีการแสดงกลแบบระยะใกล้ (Close up) ซึ่งเป็นกลที่มีสี สันมีเสน่ห์สร้างความเพลิดเพลินชวนติดตามไม่แพ้กัน กลประเภทนี้ได้แก่ กลเชือก กลไพ่ กลเหรียญฯ สำหรับกลอมตะได้รับการยอมรับตลอดกาลที่ผ่านมามีมากมาย อย่าง ถ้วย 3 ใบ (Cups and ball) ซึ่งมีอุปกรณ์ถ้วย 3 ใบและลูกบอล 3 ลูก เมื่อลูกบอลลูกหนึ่งใส่เข้าไปใต้ถ้วยเมื่อเปิดออกมาลูกบอลจะวิ่งไปอีกที่ และเมื่อเปิดถ้วยพร้อมกันลูกบอลทั้งหมดจะกลายเป็นแอปเปิ้ลบ้าง มะนาวบ้าง ส้มบ้างซึ่งกลนี้เล่นครั้งใดก็ยังคงสร้างความสนุกสนานถือเป็นหนึ่งในกลคลาสสิก
ที่สำคัญกลชุดนี้ยังเป็นอุปกรณ์กลชิ้นแรกของโลกซึ่งมีผู้พบภาพบนผนังถ้ำเมื่อ 4,000 กว่าปีที่อียิปต์ เช่นเดียวกับ ชุดห่วงเหล็ก ที่คล้องไปคล้องมา ต้นตำรับจากจีนถือเป็นมายากลคลาสสิกของโลกอีกชุดหนึ่งที่นักวิทยากลจะต้องแสดงได้ เป็นต้น
ขณะที่มายากลทั่วโลกมีรูปแบบ โดดเด่นเฉพาะตัว กลในเอเชียก็มีสีสันมี เอกลักษณ์เช่นกัน โดยเฉพาะกลจากจีน อินเดีย พม่า ส่วนมายากลไทยปัจจุบันได้รับการตอบรับเพิ่มมากขึ้น มีนักมายากลจำนวนไม่น้อยที่ไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ รวมถึงอุปกรณ์กลที่คนไทยผลิตขึ้นเองที่ผ่านมา ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงมายากลต่างแดนโดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น อย่าง บุคส์ ออฟ เมอร์ลิน หนังสือปกแข็งหนาประมาณครึ่งนิ้วเป็นหนังสือบาง ๆ ธรรมดา ๆ แต่พอเปิดออกมาไม่ว่าใส่อะไรลงไปก็จะกลายเป็นสิ่งนั้น เช่นเดียวกับ กระเป๋าเมาเมาวอลเล็ต กระเป๋าพกที่สามารถหยิบของขนาดใหญ่ อย่างแก้วและขวดออกมาได้
แม้อุปกรณ์กลจะช่วยสร้างสีสัน เติมความสนุกสนานให้กับการแสดง แต่การ แสดงกลไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เยอะหรือมี อุปกรณ์ราคาแพง อุปกรณ์ที่มีอยู่ทั่วไปสามารถนำมาเล่นกลได้ขอเพียงรู้จักและเข้าใจศาสตร์ แห่งกลซึ่งเป็นการแสดงที่มีศิลปะ มีเสน่ห์ อยู่ที่การทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เสมือนว่าเป็นไปได้ โดยใช้เทคนิคหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการซ่อน บัง การแอบหรือการเบนความสนใจ
ที่สำคัญหัวใจของกลไม่ได้อยู่ที่ความลับ แต่อยู่ที่การฝึกฝนและการนำเสนอที่แนบเนียนแยบยล
และทั้งหมดนี้คือมายาแห่งกล ศาสตร์การแสดงที่มีสีสันพร้อมมอบความ สุขความเพลิดเพลินให้กับผู้ชมสัมผัสตลอดกาล............


 




วิถีแห่งมายากล วิถีแห่งมายากล
ข้อคิดดีๆในโลกแห่งมายากล(เราจะเรียนมายากลด้วยตนเอง อย่างไรให้เก่ง) ในโลกแห่งมายากลในwebsiteและสื่อการเรียน การสอน ที่มีมากมายเสียจน หลายต่อ หลายอย่าง ดูกลายเป็นขยะไป ทำให้ผู้เขียนเองมีความรู้สึกเสียดายแทน ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็เรียนรู้มายากลมาจากเทป vdo,dvdเป็นหลัก ขอบีบวงมายากลให้แคบลงมาอีกนิด ก็คือมายากลระยะใกล้ เพราะมายากล ปฐมบทนั้นเริ่มมาจากการใช้ทักษะของมือเป็นเบื้องต้น เหมือนกับข้อคิดว่าถ้าคุณหลอกคนๆเดียวไม่ได้ ใยจะไปหลอกคนหลายคนได้เล่า เราต้องเข้าใจในความหมายของการเรียนมายากลด้วยตนเองให้เก่งก่อน เก่งในที่นี่หมายถึง เป็นไปดั่งที่ใจเราคาด วาดหวังไว้ เพราะถ้าเราตั้งเป้าการเรียนเพื่อไปล้มเป้าหมาย หรืออยากเก่งเพื่อเอาไปโค่นใครซักคนนั้น การเรียนรู้ก็จะสั่งสมไปด้วยความโสมม ทางความคิด ไม่สามารถพัฒนาทางการเรียนรู้ที่เปิดกว้างได้ เช่นการยอมรับในสิ่งใหม่ การแบ่งปัน ทางความคิด และอื่นๆ ฉะนั้น เราต้องเข้าใจในจุดที่ว่า เราเรียนรู้เพื่อพัฒนาฝีมือ เพื่อเป็นสิ่งที่เรารักเราชอบเสียก่อน

มายากล ถูกแบ่งออกได้ง่ายๆอยู่ไม่กี่อย่างในตอนเริ่มต้น เพียงแบมือ และกำสิ่งนั้นได้ก็เริ่มกันเลยเช่น เหรียญ ไพ่ ลูกบอล เชือก ผ้าเช็ดหน้าให้เริ่มดูdvdจาก แผ่นที่มีชื่อว่าbasic tecnique,encycopidiaเป็นต้นเช่นเหรียญ ก็ดู encycopidia of coin,ไพ่ก็ดูที่ encycopidia of cards,ฟองน้ำและอื่นๆ ข้อสำคัญนั้นไม่ต้องทำให้ได้ทั้งหมด เอาแบบที่ชอบแล้วทำให้ดี ทำจนกระทั่งมันไม่ดีไปกว่านี้ นั้นหล่ะคือฝีมือที่เข้าที่แล้ว

จากนั้น ค่อยๆเลือดกดูdvdประเภท อย่างเดียว ชิ้นเดียวดูบ้าง ถ้าดูแล้วไม่สามารถทำได้ภายในตอนนั้น อย่าเพิ่งท้อใจย้อนมาดูbasic tecniqueบางอย่างเพิ่มเข้าไปแล้วลองทำดูใหม่



วิถีแห่งมายากล 2

เมื่อร่างกาย กับความคิดที่จดจำบทเรียนในมายากลที่ดูมีความสัมพันธ์กันแล้ว ก็จะถูกเรียกว่าความชำนาญ เมื่อทำมาก ทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นความชำนาญ เราก็เริ่มแสดงขนาดเล็กๆให้คนรอบๆข้างดู ตัวผมเอง คนรอบๆข้างก็ดูกันจนเอียนเลยหล่ะ แล้วก็ขยายวงกว้างไปให้คนที่รู้จักดู มันจะมีความตื่นเต้น ปนกับความภูมิใจเมื่อคนเราแสดงให้ดูและรวมทั้งคนใกล้ๆดูไปด้วยพร้อมๆกัน ข้อแนะนำใหม่ให้เริ่มจากกล ง่ายๆ อย่าง ผ้าหาย ฟองน้ำ2ลูก อย่าเพิ่งไปเริ่มจาก กลที่มีโอกาศเสี่ยงสูง แม้แต่ในการทำงานปัจจุบัน ผมเองก็ยังคงต้องพกพามายากลเหล่านี้ติดตัวอยู่ด้วยเสมอ

นิ้วยาง...ไพ่savangali...ฟองน้ำ...ตัดต่อเชือก....อุปกรณ์basicที่ใครคิดว่าเด็กๆนั้น แท้จริงแล้ว คุณรู้จักมันดีพอหรือไม่ มีเรื่องขำๆ เช่น เวลาเล่นผ้าหาย บางคนก็โพล่งออกมาว่านิ้วปลอม..แต่พอเล่นกระดาษเป็นแบ็งค์ กลับอึ้งซะงั้นทั้งๆที่ก็อุปกรณ์เดียวกันแท้ๆ

หากมีโอกาสในโลกinternetถูกเปิดกว้างในการหาความรู้แนะข้อแนะนำดีๆ...ก็ลองทำเป็นclip videoเอามาแบ่งปันในหมู่พวกของคนที่พอมีการช่วยติชมดีๆก็จะยิ่งเสริมกำลังใจให้กับตัวเองเพิ่มขึ้น

ผม ไม่ได้เขียนมาเพื่อยุยงส่งเสริมให้มามีอาชีพนักมายากล แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการที่จะรัก+รักษ์ รักที่1 คือรักชอบพอ เป็นงานอดิเรกที่ทำให้เรามีความสุข รักษ์ที่2คือ รักษา เช่น ความลับ ดูแลให้มันเป็นความศักษ์สิทธ์ แห่งมนต์มายา ที่คนทั่วไปมิล่วงรู้ได้...โถมันก็แค่ไม่กี่ตัง จะไปยี่หร่าอะไรกับมันมากมาย...ลองคิดมายากลซักชุดซิเอาแบบที่ไม่เคยมีใคร เล่นมาก่อนในโลกให้ได้แล้วคุณอยากจะทำอย่างไรก็ไม่ต้องแคร์ใคร...มันเป็นหลักความคิดง่ายๆ ถ้าเรารักเขา เขาก็รักเรานั้นเอง

หลังจากนั้นก็เริ่มหา idolพระเอกประจำใจ ซึ่งต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์


วิถีแห่งมายากล3

วิถีมายากล บท แบบแผนการดูdvd,vcdมายากลเพื่อการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยระบบของอาลีโน่จากประสบการณ์

เหตุที่ต้องเขียนหัวเรื่องให้ยืดยาวก็เพราะเป็นการออกตัวก่อนว่ามันเป็นเพียงประสบการณ์ ในการลองผิด ลองถูก มามากในยุคที่ไม่มีใครให้คำปรึกษากว่า10ปีก่อน ในยุคที่ยังใช้ม้วน วีดีโอดู และเรียนรู้มายากล ผิดถูกจึงขอน้อมรับแต่ผู้เดียว

เหตุมันเกิดมาจากว่าหลายต่อหลายคนที่สนใจในมายากลของคนรุ่นใหม่มีการบริโภคข้อมูลมากมายจนกระทั่งหลงวนอยู่ในแฟชั่น updateข้อมูลใหม่ๆจนไม่รู้รากเง้าของแนวคิดการสร้างงานขึ้นมาทำให้เมื่อเกิดความคิดผิดๆกับการแสดงบางชุดก็ติด ก็ขัด เหตุมาจากไม่รู้จุดของการกำเนิด และแนว ทิศทางของกลนั้นๆ นั่นเอง

เช่น บางครั้งเวลาที่เราดูdvdสอนมายากลจะมีการ ออกตัวก่อนในการสอนของผู้สอนก่อนเสมอว่าชุดนี้ ได้ไอเดียมาจาก คุณคนนั้น คุณคนนี้ เราก็ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใครก็ฟังไปผ่านๆ การที่มีการบอกกล่าวถึงรากความคิดนั้นถือว่าสำคัญมากเพราะเป็นการให้เกีรยติ ซึ่งกันและกันในวงการ เพื่อได้เกื้อหนุนกันในโอกาสต่อๆไป

เอาแบบภาษา ชาวบ้านก็คือไม่มีใครคิดได้เองจากท้องพ่อท้องแม่ละกัน ถ้าไม่อวยชัยให้กันก็อยู่บนยอดเขาคนเดียวแล้วกัน(เคยมาแล้ว)ซึ่งแนวคิด ลักษณะนี้เรียกว่าการต่อยอดและในครั้งนี้จะกล่างถึงโคน จรด รากกันก่อน

เริ่มจากทักษะในการใช้มือ ดูจากฟองน้ำ ก็จะมีencycopidia of spongball,30 with spongball trick.

เหรียญ ต้องดูให้ได้ นี้เป็นภาคบังคับเลยล่ะ encycopidia of coins,david stone coins magic ,micheal ammar coins,david roth

ไพ่ ในยุคนี้มีสารานุกรมดีๆอยู่3ชุดเลือกเอาencycopidia of cardsของ daryl ,compelte cardsจำชื่อไม่ค่อยได้ ของpual wilson ,royal roads to cardsmagic ของpual wilson

วิธีดูก็คือ จะเป็นบท บทไป 1บทมีหลายวิธีให้เลือกเอาแค่วิธีเดียวจากหลายๆวิธีในบทเรียนก็พอ ถ้าเรียนทุกๆวิธีก็สติแตกกันพอดี แล้วก็ข้ามไปบทต่อไป

ข้อควรจำคืออย่า.....เรียนเพียงอย่างเดียวเด็ดขาด ไม่งั้นจะกลายเป็น เก่งไพ่ โง่เหรียญ เก่งเหรียญ ปัญญาอ่อนฟองน้ำ

หลัง จากนั้นค่อยหาขั้นadvanceกันต่อไปอีกที เหมือนโน้ตดนตรี ดีๆนี้เองถ้ายังไม่เชี่ยวเรื่องbasicก็ล่ม มีข้อมูลแล้วก็อย่ารีบค่อยๆเรียน รับรองว่าเมื่อคุณผ่านพ้นdvdเหล่านี้ได้ก็สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่าจะไปทาง ไหน เราเหมาะกับstyleไหน






nris magic